กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5
21
        บีบีซีไทย รวบรวมข้อสงสัยจากสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 3.6 หมื่นล้านบาท ก่อนกองทัพเรือตั้งโต๊ะชี้แจง
   ก่อนที่ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ (ทร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมคณะ จะตั๊งโต๊ะชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า รุ่น S26T จากจีน จำนวน 3 ลำ รวมเป็นเงินกว่า 36,000 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ ทร. จัดซื้อลำแรกไปแล้วในการพิจารณาวาระลับ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยนัดหมายสื่อมวลชนให้ไปพร้อมกันที่โรงเก็บอากาศยาน เรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในวันที่ 1 พ.ค. เวลา 15.00 น.
   บีบีซีไทย ขอรวบรวมข้อสงสัยจากสื่อไทยเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจีนครั้งนี้ เพื่อให้คนอ่านได้ช่วยกันจับตาว่า เสธ.ทร. และคณะ จะชี้แจงถึงประเด็นเหล่านี้อย่างไร
   มีสัญญาณว่าต้องซื้อจากจีน ?
   เว็บไซต์ที่รายงานความเคลื่อนไหวทางการทหารอย่าง TAF รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ "แหล่งข่าว" ที่รู้เบื้องหลังการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนอย่างละเอียด ตั้งแต่ความพยายามในการจัดซื้อเรือดำน้ำของ ทร. จากหลายชาติเมื่อสิบปีก่อน มาจนถึงการจัดซื้อครั้งนี้ ซึ่งแม้แหล่งข่าวจะระบุถึงข้อดีที่เรือดำน้ำจีนมีเหนือเรือดำน้ำจากชาติอื่น ๆ แต่ก็ยอมรับว่า การจัดซื้อครั้งนี้ มี "สัญญาณ" มาจากภายนอก ทร.
   ขณะที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจระบุชัดเจนกว่า ว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนเป็นบัญชาจาก "บิ๊กในรัฐบาล"
ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ในยุคที่รัฐบาลไทยเปลี่ยนนโยบายการต่างประเทศ โดยหันไปสร้างสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายหลังสหรัฐฯซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับไทยมาอย่างยาวนานวางตัวออกห่าง นับแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2557

กระบวนการจัดซื้อโปร่งใสหรือไม่ ?
   สำนักข่าวอิศรา นำเอกสารเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ ซึ่งริเริ่มตั้งแต่ปี 2558 บางส่วนมาเผยแพร่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าในเอกสารความต้องการ (Request for Offer) ของ ทร. ระบุว่า อยากได้เรือดำน้ำ 2 ลำ ซึ่งชาติคู่แข่งอื่น ๆ ก็เสนอมา 2 ลำ แต่จีนเสนอมา 3 ลำ จะเป็นการขัดกับเอกสารดังกล่าว รวมถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 หรือไม่
   สื่อออนไลน์แห่งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการพิจารณาของคณะกรมการคัดเลือก ว่าจะใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณา เมื่อจีนเสนอจำนวนเรือดำน้ำไม่เท่ากับชาติคู่แข่งอื่น ๆ และไม่ตรงกับที่เอกสารระบุ
"อย่างนี้จะมีความเป็นธรรมและยุติธรรมกับผู้เสนอราคารายอื่น ๆ หรือไม่" สำนักข่าวอิศราตั้งคำถาม
ณสมบัติแย่กว่าคู่แข่ง ?
   หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า จากข้อมูลเรื่องสเปคและคุณสมบัติของเรือดำน้ำจากทั้ง 6 ชาติที่ส่งให้ไทยพิจารณา หากพิจารณาในแง่คุณภาพ เรือดำน้ำจากจีนด้อยกว่าเรือดำน้ำคู่แข่งแทบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น
ขนาดของตัวเรือที่ใหญ่เกินไป ทำให้ระดับความลึกปลอดภัยมากถึง 60 เมตรขึ้นไป ขณะที่ความลึกเฉลี่ยท้องทะเลไทยอยู่ที่ 25-40 เมตรเท่านั้น
   ความเร็วและระยะปฏิบัติการ เรือดำน้ำจีนสามารถทำความเร็วสูงสุด 18 นอตได้เพียง 10 นาที และมีระยะปฏิบัติการเพียง 8,000 ไมล์ ในขณะที่เรือดำน้ำชาติอื่นสามารถใช้ความเร็วสูงสุดมากกว่า 20 นอตได้ประมาณ 1 ชั่วโมงและมีระยะปฏิบัติการมากกว่า 10,000 ไมล์
อายุการใช้งานก็เพียงแค่ 25 ปี น้อยกว่าของชาติอื่นบางแบบที่ใช้งานได้ถึง 40 ปีขึ้นไป ที่เหนือกว่าอาจมีเพียงเรื่องของ "จำนวน" เท่านั้นเอง

การจัดซื้อผิดกฎหมายงบประมาณ ?
   เป็นข้อสังเกตใหม่ที่ถูกเปิดประเด็นโดยนายปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณะบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านสื่อไทยหลายสำนักว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา อาจจะขัดกับมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 เพราะการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีจะต้องเสนอให้ที่ประชุม ครม. อนุมัติภายหลัง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น ๆ มีผลใช้บังคับ ไม่เกิน 60 วัน
ทั้งนี้ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ของปี 2560 มีผลใช้บังคับไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ของปีก่อน ภายใน 60 วัน คือไม่เกินวันที่ 30 พ.ย. ปีเดียวกัน
   "มติ ครม. ดังกล่าวจึงล่วงเลยเวลา ไม่มีตามกฎหมายหรือตกเป็นโมฆะ" นายปรีชากล่าวกับเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์เหล่านี้ คือ 5 ข้อสงสัยที่น่าสนใจ และสาธารณชนคาดหวังว่าจะได้ยินคำอธิบายจาก เสธ.ทร. ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ รวมถึงจากผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ แทงบอลสเต็ป
22
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 15, 2017, 01:05:11 PM »
ทร. เซ็นสัญญาจ้างสร้างเรือดำน้ำจากจีน

เมื่อ 5 พ.ค. 2560 รายงานจากกองบัญชาการกองทัพเรือแจ้งว่า พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำเป็นผู้แทน พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.เพื่อลงนามกับบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co. Ltd. ในฐานะผู้แทนรัฐบาลจีนได้ลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำ ลำที่ 1 ในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ณ อาคารรับรองรัฐบาล เตี้ยวหยูไถ่ กรุงปักกิ่งของจีน โดยทั้งสองฝ่ายตรวจเอกสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายจีนไม่มีการแก้ไขเอกสารฉบับที่ผ่านการตรวจสอบจากอัยการสูงสุดของรัฐบาลไทย

การเซ็นสัญญาซื้อเรือดำน้ำลำแรกดังกล่าวเป็นไปตามที่ครม.อนุมัติให้จัดซื้อ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณ 13,500 ล้านบาท โดยแบ่งชำระเงินเป็น 7 ปี รวม 17 งวด ประเดิมงวดแรกปี 2560 จำนวน 700 ล้านบาท ส่วนปีที่ 2561-2566 จะชำระเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ทำทีมตั้งโต๊ะชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า รุ่น yuan class S26T จากประเทศจีน จำนวน 1 ลำ วงเงินงบประมาณ 13,500 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ย้ำว่า นี่เป็นความจำเป็นในการมีเรือดำน้ำ และเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัย

"สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน เช่น กรณีคาบสมุทรเกาหลี เพียงแค่เปลี่ยนผู้นำคนเดียว การใช้กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เรือดำน้ำไม่ได้หาได้ภายใน 1-2 ปี ถ้าเราไม่มีเลย หลักประกันความมั่นคงปลอดภัยของประเทศอยู่ตรงไหน ที่เรามีไม่ใช่เพื่อไปรบ แต่เพื่อไม่ต้องรบ ให้เขาเกรงใจ" เสนาธิการ ทร. กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.ลือชัย ยืนยันการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ และไม่ใช่การ "ย้ายค่าย" ไปซื้ออาวุธกับจีน แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลของไทย เพราะการไม่มีเรือดำน้ำประจำการมากว่า 60 ปี ทำให้ ทร.สูญเสียขีดความสามารถอย่างสิ้นเชิง ทั้งองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของกำลังพล



ที่มา : www.bbc.com/thai/thailand-39815126
23
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 15, 2017, 01:01:52 PM »
วันที่ 24 เม.ย. 60-รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเเจ้งว่า โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากประเทศจีนจำนวน 1 ลำ จำนวน 13,500 ล้านบาท ได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.ไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 เม.ย. โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม.ด้วยตัวเอง ภายหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ

รายงานข่าวเปิดเผยว่า หลังจาก ครม.ได้อนุมัติแล้ว พล.อ.ประวิตร ได้นำโครงการดังกล่าวตีกลับไปยังกองทัพเรือ เพื่อให้พิจารณาระเบียบวาระในการเซ็นต์สัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน  โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย จะเดินทางไปเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนจีนเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายแบบจีทูจีในเร็วๆนี้

รายงานข่าวระบุอีกว่า ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร จะนำโครงการดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.นั้น  สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ได้ติดต่อสอบถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทยว่ามีความคืบหน้าอย่างไร เนื่องจากจีนเตรียมจะต่อเรือดำน้ำชนิดเดียวกันที่ขายให้ไทยไว้ใช้เอง และอยู่ระหว่างการตีเส้นเรือ และจะถือโอกาสนี้ต่อเรือไปพร้อมๆกัน

ที่มา : www.phenkhao.com/contents/2187
24
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 15, 2017, 09:09:10 AM »
วันที่ 29 มิถุนายน 2559 มีข่าวว่ากองทัพเรือได้เสนอโครงการเรือดำน้ำอีกครั้ง โดยยังคงเป็นเรือดำน้ำ S26T แต่ปรับลดจำนวนลงเหลือ 1 ลำในวงเงินประมาณ 1 หมื่น 3 พันล้านบาท เริ่มจัดซื้อในปีงบประมาณ 2560 และจะทยอยจัดซื้อให้ครบ 3 ลำภายในระยะเวลา 10 ปี ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันความคุ้มค่าของโครงการ รวมทั้งรับประกันเทคโนโลยีเรือดำน้ำจีนว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ และการจัดหาเรือดำน้ำมีความจำเป็นเร่งด่วน

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2559 สำนักข่าวอิศราออกมาเปิดเผยข้อมูลข้อเสนอโครงการเรือดำน้ำของจีนในวงเงิน 3 หมื่น 6 พันล้านบาท ประกอบด้วย เรือดำน้ำ S26T จำนวน 3 ลำ, การฝึก, การสนับสนุน (ไม่รวมการปรับปรุงอู่ซ่อม), ตอร์ปิโด 4 ลูก, ตอร์ปิโดฝึก 2 ลูก และการสนับสนุนหลังการขาย เช่น การแลกเปลี่ยนการฝึก การฝึกร่วม การสนับสนุนการช่วยเหลือกู้ภัย การสนับสนุนการซ่อมบำรุงและการใช้งาน เป็นต้น

ส่วนรายการที่ไม่ครอบคลุมในวงเงินและเป็นออพชั่นเสริม ประกอบด้วย ระบบการส่งบำรุงรวม, อะไหล่, เครื่องฝึก และลูกอาวุธอื่นๆ (อาวุธปล่อย ASM, เป้าลวง, ทุ่นระเบิด) ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ได้มีความครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารชี้แจงของกองทัพเรือ นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดเผยผลการประเมินข้อเสนอเรือดำน้ำในด้านต่างๆ ได้แก่ ขีดความสามารถ ความอยู่รอด ความพร้อมใช้งาน การส่งกำลังบำรุงและการฝึกอบรม บริษัทผู้ผลิต สิ่งสนับสนุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งข้อเสนอเรือดำน้ำ S26T ของจีนมีผลการประเมินในเกณฑ์ "Outstanding" เพียงหัวข้อเดียว กับมีผลการประเมินในเกณฑ์ "Not acceptable" ถึง 4 หัวข้อ ในขณะที่มีข้อเสนอของผู้ผลิตอื่นหลายรายที่มีผลการประเมินดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือตอบปฏิเสธจากกองทัพเรือแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 โดยมีงบประมาณสำหรับการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือรวมอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่าจะเป็นงบประมาณสำหรับการดำเนินการในปีแรก ก่อนที่ ครม.จะอนุมัติผูกพันงบประมาณในระยะยาวต่อไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 กองทัพเรือได้ประกาศราคากลางสำหรับโครงการเรือดำน้ำ S26T จำนวน 1 ลำ พร้อมแพคเกจ ในวงเงิน 13,500 ล้านบาท โดยกำหนดให้ยื่นซองเสนอโครงการใหม่ภายในวันที่ 19 มกราคม 2560 ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการยื่นซองเสนอโครงการเรือดำน้ำ S26T ด้วยวิธีกรณีพิเศษเพียงแบบเดียวตามที่กองทัพเรือกำหนด

จะเห็นได้ว่าการจัดหาเรือดำน้ำในครั้งนี้มีความพยายามมาตั้งแต่ปลายปี 2557 และคาดว่าหลังจากการยื่นซองเสนอโครงการ จะสามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากผ่านการอนุมัติของ ครม. ก็จะเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือประสบความสำเร็จได้ในการจัดหาเรือดำน้ำ นับตั้งแต่เรือดำน้ำชั้น ร.ล.มัจฉาณุ ทั้ง 4 ลำปลดประจำการไปเมื่อ 65 ปีก่อน

ที่มา : www.facebook.com/kapitaennem0
25
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:53:34 AM »
หลังจากที่มีข่าวการคัดเลือกเรือดำน้ำจีนจำนวน 3 ลำของกองทัพเรือเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 จนเกิดกระแสคัดค้านอย่างมาก ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ประวิตร จึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะยังไม่นำโครงการเรือดำน้ำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยสั่งการให้กองทัพเรือไปสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ซึ่งต่อมาในปลายเดือนกรกฎาคมกองทัพเรือก็ได้จัดทำเอกสาร "สมุดปกเขียว" จำนวน 9 หน้ากระดาษ A4 ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ เนื้อหาภายในประกอบด้วยมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล, ความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ, ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ และการพิจารณาคัดเลือกเรือดำน้ำของกองทัพเรือ โดยเป็นการชี้แจงเหตุผลในการเลือกเรือดำน้ำจีนประมาณ 3 หน้ากระดาษ ระบุว่าจีนเป็นรายเดียวที่เสนอเรือดำน้ำจำนวน 3 ลำ ในขณะที่ประเทศอื่นเสนอเรือดำน้ำเพียง 2 ลำ (ตามที่กองทัพเรือกำหนด) นอกจากนี้ยังเป็นเรือดำน้ำแบบเดียวที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อน AIP และมีแพคเกจอาวุธ-การฝึก-อะไหล่ที่ครบถ้วน

อย่างไรก็ดี หลังจากที่กองทัพเรือเผยแพร่เอกสารสมุดปกเขียวโครงการเรือดำน้ำ เรื่องก็ได้เงียบไปหลายเดือนจนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ในพิธีเข้ารับตำแหน่ง ผบ.ทร. ของ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่าเรือดำน้ำเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับกองทัพเรือ แต่มีผลกระทบด้านอื่นมากโดยเฉพาะปัจจัยเศรษฐกิจ จึงต้องทบทวนชะลอโครงการ และหันไปฝึกกำลังพลเพื่อเตรียมการไปก่อน

แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าจะไม่ชะลงโครงการ และสั่งการให้กองทัพเรือเดินหน้าการจัดหาเรือดำน้ำต่อไป เพียงแต่ให้ทบทวนแผนงบประมาณให้มีความเหมาะสม



ที่มา : www.komchadluek.net/news/politic/214392 , www.facebook.com/kapitaennem0
26
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:48:10 AM »
จากนั้น เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ในที่ประชุม ครม. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.ปี 2555 ที่ให้ชะลอซื้อเรือดำน้ำออกไป และให้กองทัพเรือดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรวมทั้งจัดทำภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับโครงการเรือดำน้ำ โดยเห็นชอบวงเงินสำหรับทำการศึกษาข้อมูล 200 ล้านบาท จากการปรับแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558

ต่อมากองทัพเรือได้กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตต่างๆ ยื่นเสนอโครงการเรือดำน้ำจำนวน 2 ลำ พร้อมแพคเกจอาวุธ, อะไหล่ซ่อมบำรุง, สิ่งอำนวยความสะดวก, การฝึก และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายในวงเงิน 3 หมื่น 6 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 โดยมีผู้ยื่นเสนอโครงการจำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท CSOC ของจีน, บริษัท DCNS ของฝรั่งเศส, บริษัท DSME ของเกาหลีใต้, บริษัท Rosoberon ของรัสเซีย, บริษัท Saab Kockums ของสวีเดน และบริษัท TKMS ของเยอรมนี ซึ่งกองทัพเรือได้ทำการพิจารณาคัดเลือกเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ และอนุมัติผลการคัดเลือกในกลางเดือนมิถุนายน 2558 โดยได้เร่งจัดประชุมเจรจาตกลงราคาโครงการเรือดำน้ำทันทีในระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2558

และในวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. (ในขณะนั้น) ได้ให้สัมภาษณ์แถลงข่าวยืนยันการคัดเลือกโครงการเรือดำน้ำจีนจำนวน 3 ลำพร้อมแพคเกจ ภายหลังจากเริ่มมีข่าวการจัดซื้อเรือดำน้ำจีนรั่วออกมาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน โดย ทร. กล่าวว่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก 17 คน เป็นคนรุ่นใหม่จากกองเรือดำน้ำที่จะต้องไปเป็นผู้ปฏิบัติงานในเรือดำน้ำ ผลการคัดเลือกมีผู้ให้คะแนนเลือกเรือดำน้ำจีน 14 จาก 17 คน

ที่มา : www.facebook.com/kapitaennem0
27
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:17:52 AM »
ต่อมา มีข่าวเกี่ยวกับความสนใจจัดหาเรือดำน้ำครั้งใหม่เมื่อเดือน พ.ย. 2557 ก็ได้เริ่มมีบริษัทต่างๆ เข้ามาบรรยายข้อมูลเรือดำน้ำ เริ่มตั้งแต่ในช่วงเดือนธันวาคม 2557 ถึงเดือนเมษายน 2558 โดยบริษัท CSOC ของจีนได้เข้ามาบรรยายข้อมูลเรือดำน้ำ S26T เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายข้อมูลเรือดำน้ำอื่นๆ จากบริษัท DSME และ HHI ของเกาหลีใต้, บริษัท DCNS ของฝรั่งเศส, บริษัท TKMS ของเยอรมนี, บริษัท Rosoberon ของรัสเซีย และบริษัท Saab Kockums ของสวีเดน



ที่มา : http://aagth1.blogspot.com/2015/01/s26t.html
28
สนทนาท้ายเรือ / เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:14:02 AM »
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้สั่งการให้กองทัพเรือศึกษารายละเอียดความต้องการเรือดำน้ำครั้งใหม่ ในระหว่างการตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพเรือ เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมใหม่  นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินโครงการเรือดำน้ำในปัจจุบันของกองทัพเรือ หลังจากที่ได้มีการระงับโครงการเรือดำน้ำชั้น 206A เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาตามข้อเสนอของ ทร.เยอรมนีไปเมื่อต้นปี 2555



ที่มา : www.facebook.com/kapitaennem0
29
เกาหลีใต้ 23 ม.ค. -ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมภริยาทำพิธีปล่อยเรือหลวงท่าจีนลำใหม่ของกองทัพไทยลงน่านน้ำที่เกาหลีใต้

เวลา 15.39. น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งช้ากว่าเกาหลีใต้ 2 ชม. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือฟริเกตสมรรถนะสูง หรือเรือหลวงท่าจีนลำใหม่ของกองทัพเรือไทยลงน้ำ โดยมี “ปรานี อารีนิจ” ภริยาเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ณ อู่เรือ DSME เมืองปูซาน ประเทศเทศเกาหลีใต้

สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ต่อโดย บ. DSME (DAEWOO Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD.) ประเทศเกาหลีใต้ ในระหว่างปี 2556-2561 เป็นแบบที่พัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) ซึ่งเรือฟริเกตที่กองทัพเรือจัดหา มีการออกแบบและสร้างเรือโดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐและเกาหลีใต้ อีกทั้งได้รับการรับรองเป็นแบบที่ได้รับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือซึ่งเป็นสมาชิกของ IACS (International Association of Classifications Society)

แบบเรือดังกล่าวมีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย ลักษณะของเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology และลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือ รวมทั้งลดการแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและสหรัฐ ซึ่งสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ

ในการต่อเรือชุดนี้ กองทัพเรือได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการต่อเรือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของการต่อเรือภายในประเทศ โดยกองทัพเรือจะทำการต่อเรือฟริเกตสมรรถณะสูงเองอีก 1 ลำ และที่ผ่านมา DSME และ บ.ไฮเทค เอเจ โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทผู้แทนในระเทศไทยของบริษัท DSME จำกัด) ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับกองทัพเรือ และบ. อู่กรุงเทพ จำกัด ในด้านความร่วมมือการพัฒนาขีดความสามารถในการซ่อม สร้าง และดัดแปลงเรือ ของกรมอู่ทหารเรือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 ณ ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม.-สำนักข่าวไทย









ที่มา : thaidefense-news.blogspot.com/2017/02/471.html และ www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1246567&page=94
30
เตรียมทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ

ร.ล.ท่าจีน (เรือฟริเกตสมรรถนะสูง) ลำใหม่ล่าสุดของ ทร. ไทบ กำลังเคลื่อนย้ายเพื่อเตรียมนำมาประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.60 นี้ โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธี

เรือลำดังกล่าว ต่อโดยบริษัท DSME ประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการในปี 2561

บริษัท DSME ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเตรียมพิธีปล่อยเรือฟริเกตสมรรถนะสูง หรือเรือหลวงท่าจีนลำใหม่ของกองทัพเรือไทยลงน้ำ โดยกำลังเคลื่อนย้ายเพื่อเตรียมนำมาประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 15.39 น.โดยมี พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยนางปรานี อารีนิจ ภริยาเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ

สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงดังกล่าว ต่อโดยบริษัท DSME.(DAEWOO Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD.) ประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี โดยการสร้างเรือดำเนินการ ณ อู่ต่อเรือของบริษัท DSME สาธารณรัฐเกาหลี ในระหว่างปี 2556 – 2561 ซึ่งเป็นแบบที่พัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) ซึ่งเรือฟริเกตที่กองทัพเรือจัดหา มีการออกแบบและสร้างเรือ โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐฯ และกองทัพเรือเกาหลี อีกทั้งได้รับการรับรองเป็นแบบที่ได้รับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือซึ่งเป็นสมาชิกของ IACS (International Association of Classifications Society) โดยแบบเรือดังกล่าว มีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย ลักษณะของเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology และลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือ รวมทั้งลดการแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและอเมริกา ซึ่งสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ

ในการต่อเรือชุดนี้กองทัพเรือได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการต่อเรือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของการต่อเรือภายในประเทศ โดยกองทัพเรือจะทำการต่อเรือฟริเกตสมรรถณะสูงเองอีก 1 ลำ และที่ผ่านมาบริษัท DSME. จำกัด และ บริษัท ไฮเทค เอเจ โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทผู้แทนในระเทศไทยของบริษัท DSME จำกัด) ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับกองทัพเรือ และบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด บริษัท ในด้านความร่วมมือการพัฒนาขีดความสามารถในการซ่อม สร้าง และดัดแปลงเรือ ของกรมอู่ทหารเรือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อ 30 กันยายน 2559 ณ รองรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม

กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ





ที่มา www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1246567&page=94
หน้า: 1 2 [3] 4 5