กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
51
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 15, 2017, 09:09:10 AM »
วันที่ 29 มิถุนายน 2559 มีข่าวว่ากองทัพเรือได้เสนอโครงการเรือดำน้ำอีกครั้ง โดยยังคงเป็นเรือดำน้ำ S26T แต่ปรับลดจำนวนลงเหลือ 1 ลำในวงเงินประมาณ 1 หมื่น 3 พันล้านบาท เริ่มจัดซื้อในปีงบประมาณ 2560 และจะทยอยจัดซื้อให้ครบ 3 ลำภายในระยะเวลา 10 ปี ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันความคุ้มค่าของโครงการ รวมทั้งรับประกันเทคโนโลยีเรือดำน้ำจีนว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ และการจัดหาเรือดำน้ำมีความจำเป็นเร่งด่วน

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2559 สำนักข่าวอิศราออกมาเปิดเผยข้อมูลข้อเสนอโครงการเรือดำน้ำของจีนในวงเงิน 3 หมื่น 6 พันล้านบาท ประกอบด้วย เรือดำน้ำ S26T จำนวน 3 ลำ, การฝึก, การสนับสนุน (ไม่รวมการปรับปรุงอู่ซ่อม), ตอร์ปิโด 4 ลูก, ตอร์ปิโดฝึก 2 ลูก และการสนับสนุนหลังการขาย เช่น การแลกเปลี่ยนการฝึก การฝึกร่วม การสนับสนุนการช่วยเหลือกู้ภัย การสนับสนุนการซ่อมบำรุงและการใช้งาน เป็นต้น

ส่วนรายการที่ไม่ครอบคลุมในวงเงินและเป็นออพชั่นเสริม ประกอบด้วย ระบบการส่งบำรุงรวม, อะไหล่, เครื่องฝึก และลูกอาวุธอื่นๆ (อาวุธปล่อย ASM, เป้าลวง, ทุ่นระเบิด) ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ได้มีความครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารชี้แจงของกองทัพเรือ นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดเผยผลการประเมินข้อเสนอเรือดำน้ำในด้านต่างๆ ได้แก่ ขีดความสามารถ ความอยู่รอด ความพร้อมใช้งาน การส่งกำลังบำรุงและการฝึกอบรม บริษัทผู้ผลิต สิ่งสนับสนุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งข้อเสนอเรือดำน้ำ S26T ของจีนมีผลการประเมินในเกณฑ์ "Outstanding" เพียงหัวข้อเดียว กับมีผลการประเมินในเกณฑ์ "Not acceptable" ถึง 4 หัวข้อ ในขณะที่มีข้อเสนอของผู้ผลิตอื่นหลายรายที่มีผลการประเมินดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือตอบปฏิเสธจากกองทัพเรือแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 โดยมีงบประมาณสำหรับการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือรวมอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่าจะเป็นงบประมาณสำหรับการดำเนินการในปีแรก ก่อนที่ ครม.จะอนุมัติผูกพันงบประมาณในระยะยาวต่อไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 กองทัพเรือได้ประกาศราคากลางสำหรับโครงการเรือดำน้ำ S26T จำนวน 1 ลำ พร้อมแพคเกจ ในวงเงิน 13,500 ล้านบาท โดยกำหนดให้ยื่นซองเสนอโครงการใหม่ภายในวันที่ 19 มกราคม 2560 ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการยื่นซองเสนอโครงการเรือดำน้ำ S26T ด้วยวิธีกรณีพิเศษเพียงแบบเดียวตามที่กองทัพเรือกำหนด

จะเห็นได้ว่าการจัดหาเรือดำน้ำในครั้งนี้มีความพยายามมาตั้งแต่ปลายปี 2557 และคาดว่าหลังจากการยื่นซองเสนอโครงการ จะสามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากผ่านการอนุมัติของ ครม. ก็จะเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือประสบความสำเร็จได้ในการจัดหาเรือดำน้ำ นับตั้งแต่เรือดำน้ำชั้น ร.ล.มัจฉาณุ ทั้ง 4 ลำปลดประจำการไปเมื่อ 65 ปีก่อน

ที่มา : www.facebook.com/kapitaennem0
52
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:53:34 AM »
หลังจากที่มีข่าวการคัดเลือกเรือดำน้ำจีนจำนวน 3 ลำของกองทัพเรือเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 จนเกิดกระแสคัดค้านอย่างมาก ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ประวิตร จึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะยังไม่นำโครงการเรือดำน้ำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยสั่งการให้กองทัพเรือไปสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ซึ่งต่อมาในปลายเดือนกรกฎาคมกองทัพเรือก็ได้จัดทำเอกสาร "สมุดปกเขียว" จำนวน 9 หน้ากระดาษ A4 ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ เนื้อหาภายในประกอบด้วยมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล, ความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ, ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ และการพิจารณาคัดเลือกเรือดำน้ำของกองทัพเรือ โดยเป็นการชี้แจงเหตุผลในการเลือกเรือดำน้ำจีนประมาณ 3 หน้ากระดาษ ระบุว่าจีนเป็นรายเดียวที่เสนอเรือดำน้ำจำนวน 3 ลำ ในขณะที่ประเทศอื่นเสนอเรือดำน้ำเพียง 2 ลำ (ตามที่กองทัพเรือกำหนด) นอกจากนี้ยังเป็นเรือดำน้ำแบบเดียวที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อน AIP และมีแพคเกจอาวุธ-การฝึก-อะไหล่ที่ครบถ้วน

อย่างไรก็ดี หลังจากที่กองทัพเรือเผยแพร่เอกสารสมุดปกเขียวโครงการเรือดำน้ำ เรื่องก็ได้เงียบไปหลายเดือนจนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ในพิธีเข้ารับตำแหน่ง ผบ.ทร. ของ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่าเรือดำน้ำเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับกองทัพเรือ แต่มีผลกระทบด้านอื่นมากโดยเฉพาะปัจจัยเศรษฐกิจ จึงต้องทบทวนชะลอโครงการ และหันไปฝึกกำลังพลเพื่อเตรียมการไปก่อน

แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าจะไม่ชะลงโครงการ และสั่งการให้กองทัพเรือเดินหน้าการจัดหาเรือดำน้ำต่อไป เพียงแต่ให้ทบทวนแผนงบประมาณให้มีความเหมาะสม



ที่มา : www.komchadluek.net/news/politic/214392 , www.facebook.com/kapitaennem0
53
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:48:10 AM »
จากนั้น เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ในที่ประชุม ครม. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.ปี 2555 ที่ให้ชะลอซื้อเรือดำน้ำออกไป และให้กองทัพเรือดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรวมทั้งจัดทำภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับโครงการเรือดำน้ำ โดยเห็นชอบวงเงินสำหรับทำการศึกษาข้อมูล 200 ล้านบาท จากการปรับแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558

ต่อมากองทัพเรือได้กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตต่างๆ ยื่นเสนอโครงการเรือดำน้ำจำนวน 2 ลำ พร้อมแพคเกจอาวุธ, อะไหล่ซ่อมบำรุง, สิ่งอำนวยความสะดวก, การฝึก และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายในวงเงิน 3 หมื่น 6 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 โดยมีผู้ยื่นเสนอโครงการจำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท CSOC ของจีน, บริษัท DCNS ของฝรั่งเศส, บริษัท DSME ของเกาหลีใต้, บริษัท Rosoberon ของรัสเซีย, บริษัท Saab Kockums ของสวีเดน และบริษัท TKMS ของเยอรมนี ซึ่งกองทัพเรือได้ทำการพิจารณาคัดเลือกเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ และอนุมัติผลการคัดเลือกในกลางเดือนมิถุนายน 2558 โดยได้เร่งจัดประชุมเจรจาตกลงราคาโครงการเรือดำน้ำทันทีในระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2558

และในวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. (ในขณะนั้น) ได้ให้สัมภาษณ์แถลงข่าวยืนยันการคัดเลือกโครงการเรือดำน้ำจีนจำนวน 3 ลำพร้อมแพคเกจ ภายหลังจากเริ่มมีข่าวการจัดซื้อเรือดำน้ำจีนรั่วออกมาเมื่อปลายเดือนมิถุนายน โดย ทร. กล่าวว่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก 17 คน เป็นคนรุ่นใหม่จากกองเรือดำน้ำที่จะต้องไปเป็นผู้ปฏิบัติงานในเรือดำน้ำ ผลการคัดเลือกมีผู้ให้คะแนนเลือกเรือดำน้ำจีน 14 จาก 17 คน

ที่มา : www.facebook.com/kapitaennem0
54
สนทนาท้ายเรือ / Re: เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:17:52 AM »
ต่อมา มีข่าวเกี่ยวกับความสนใจจัดหาเรือดำน้ำครั้งใหม่เมื่อเดือน พ.ย. 2557 ก็ได้เริ่มมีบริษัทต่างๆ เข้ามาบรรยายข้อมูลเรือดำน้ำ เริ่มตั้งแต่ในช่วงเดือนธันวาคม 2557 ถึงเดือนเมษายน 2558 โดยบริษัท CSOC ของจีนได้เข้ามาบรรยายข้อมูลเรือดำน้ำ S26T เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายข้อมูลเรือดำน้ำอื่นๆ จากบริษัท DSME และ HHI ของเกาหลีใต้, บริษัท DCNS ของฝรั่งเศส, บริษัท TKMS ของเยอรมนี, บริษัท Rosoberon ของรัสเซีย และบริษัท Saab Kockums ของสวีเดน



ที่มา : http://aagth1.blogspot.com/2015/01/s26t.html
55
สนทนาท้ายเรือ / เส้นทาง โครงการเรือดำน้ำไทย
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 14, 2017, 11:14:02 AM »
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้สั่งการให้กองทัพเรือศึกษารายละเอียดความต้องการเรือดำน้ำครั้งใหม่ ในระหว่างการตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพเรือ เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมใหม่  นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินโครงการเรือดำน้ำในปัจจุบันของกองทัพเรือ หลังจากที่ได้มีการระงับโครงการเรือดำน้ำชั้น 206A เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาตามข้อเสนอของ ทร.เยอรมนีไปเมื่อต้นปี 2555



ที่มา : www.facebook.com/kapitaennem0
56
เกาหลีใต้ 23 ม.ค. -ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมภริยาทำพิธีปล่อยเรือหลวงท่าจีนลำใหม่ของกองทัพไทยลงน่านน้ำที่เกาหลีใต้

เวลา 15.39. น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งช้ากว่าเกาหลีใต้ 2 ชม. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือฟริเกตสมรรถนะสูง หรือเรือหลวงท่าจีนลำใหม่ของกองทัพเรือไทยลงน้ำ โดยมี “ปรานี อารีนิจ” ภริยาเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ณ อู่เรือ DSME เมืองปูซาน ประเทศเทศเกาหลีใต้

สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ต่อโดย บ. DSME (DAEWOO Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD.) ประเทศเกาหลีใต้ ในระหว่างปี 2556-2561 เป็นแบบที่พัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) ซึ่งเรือฟริเกตที่กองทัพเรือจัดหา มีการออกแบบและสร้างเรือโดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐและเกาหลีใต้ อีกทั้งได้รับการรับรองเป็นแบบที่ได้รับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือซึ่งเป็นสมาชิกของ IACS (International Association of Classifications Society)

แบบเรือดังกล่าวมีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย ลักษณะของเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology และลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือ รวมทั้งลดการแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและสหรัฐ ซึ่งสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ

ในการต่อเรือชุดนี้ กองทัพเรือได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการต่อเรือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของการต่อเรือภายในประเทศ โดยกองทัพเรือจะทำการต่อเรือฟริเกตสมรรถณะสูงเองอีก 1 ลำ และที่ผ่านมา DSME และ บ.ไฮเทค เอเจ โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทผู้แทนในระเทศไทยของบริษัท DSME จำกัด) ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับกองทัพเรือ และบ. อู่กรุงเทพ จำกัด ในด้านความร่วมมือการพัฒนาขีดความสามารถในการซ่อม สร้าง และดัดแปลงเรือ ของกรมอู่ทหารเรือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 ณ ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม.-สำนักข่าวไทย









ที่มา : thaidefense-news.blogspot.com/2017/02/471.html และ www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1246567&page=94
57
เตรียมทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ

ร.ล.ท่าจีน (เรือฟริเกตสมรรถนะสูง) ลำใหม่ล่าสุดของ ทร. ไทบ กำลังเคลื่อนย้ายเพื่อเตรียมนำมาประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.60 นี้ โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธี

เรือลำดังกล่าว ต่อโดยบริษัท DSME ประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการในปี 2561

บริษัท DSME ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเตรียมพิธีปล่อยเรือฟริเกตสมรรถนะสูง หรือเรือหลวงท่าจีนลำใหม่ของกองทัพเรือไทยลงน้ำ โดยกำลังเคลื่อนย้ายเพื่อเตรียมนำมาประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 15.39 น.โดยมี พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยนางปรานี อารีนิจ ภริยาเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ

สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงดังกล่าว ต่อโดยบริษัท DSME.(DAEWOO Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD.) ประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี โดยการสร้างเรือดำเนินการ ณ อู่ต่อเรือของบริษัท DSME สาธารณรัฐเกาหลี ในระหว่างปี 2556 – 2561 ซึ่งเป็นแบบที่พัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) ซึ่งเรือฟริเกตที่กองทัพเรือจัดหา มีการออกแบบและสร้างเรือ โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐฯ และกองทัพเรือเกาหลี อีกทั้งได้รับการรับรองเป็นแบบที่ได้รับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือซึ่งเป็นสมาชิกของ IACS (International Association of Classifications Society) โดยแบบเรือดังกล่าว มีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย ลักษณะของเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology และลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือ รวมทั้งลดการแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและอเมริกา ซึ่งสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ

ในการต่อเรือชุดนี้กองทัพเรือได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการต่อเรือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของการต่อเรือภายในประเทศ โดยกองทัพเรือจะทำการต่อเรือฟริเกตสมรรถณะสูงเองอีก 1 ลำ และที่ผ่านมาบริษัท DSME. จำกัด และ บริษัท ไฮเทค เอเจ โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทผู้แทนในระเทศไทยของบริษัท DSME จำกัด) ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับกองทัพเรือ และบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด บริษัท ในด้านความร่วมมือการพัฒนาขีดความสามารถในการซ่อม สร้าง และดัดแปลงเรือ ของกรมอู่ทหารเรือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อ 30 กันยายน 2559 ณ รองรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม

กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ





ที่มา www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1246567&page=94
58
คาดการณ์คุณสมบัติและอุปกรณ์ของเรือชุดเรือหลวงท่าจีน ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงชุดใหม่ของกองทัพเรือไทยที่ปรับปรุงแบบแผนมาจากเรือชั้น KDX-I ของกองทัพเรือเกาหลีใต้ โดยเรือชุดนี้ถือว่ามีประสิทธิภาพเข้าใกล้เรือชั้นนำของอาเซียน

การคาดการณ์ทั้งหมดมาจากข้อมูลในแหล่งเปิด ข่าวสารจากการให้สัมภาษณ์และข่าวประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ ข่าวสารจากบริษัทผู้ผลิต ดังนั้นเราจึงยังไม่รับรองความถูกต้องของข้อมูลชุดนี้



คุณลักษณะของเรือ

ชุด ร.ล.ท่าจีน (modified Gwanggaeto the Great/KDX-I class DD)
ชื่อเรือ หมายเลข และวันที่ขึ้นระวางประจำการ
471 ร.ล.ท่าจีน (2561)
472 ร.ล.ประแส (25xx)

ผู้สร้าง
Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering (DSME) ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

คุณลักษณะ
ระวางขับน้ำเต็มที่ 3,700 ตัน
ความยาว 124.1 เมตร ความกว้าง 14.4 เมตร กินน้ำลึก 8.0 เมตร
ความเร็วสูงสุด 30 น็อต ความเร็วเดินทาง 18 น็อต
ระยะปฏิบัติการที่ความเร็วเดินทาง 4,000 ไมล์
ความคงทนทะเล ระดับ sea state 8 (ระดับ 6 สำหรับปฏิบัติการบิน)
กำลังพลประจำเรือ 136 นาย

ระบบเรือ
ระบบขับเคลื่อนแบบ CODAG ประกอบด้วย
- เครื่องจักรใหญ่ดีเซล MTU 16V 1163 M94 กำลัง 5,920 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง
- เครื่องจักรใหญ่กังหันก๊าซ General Electric LM2500 กำลัง 21,600 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง
ชุดเกียร์ Renk
เพลาใบจักร 2 เพลา ใบจักรแบบปรับมุมได้ Rolls Royce
เครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า MTU 12V 396 TE54 กำลัง 1,200 กิโลวัตต์ 4 เครื่อง
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า Cummins Generator Technologies กำลังไฟฟ้า 830 กิโลวัตต์ 4 เครื่อง
ระบบควบคุมระบบเรือแบบรวมการ (IPMS) RH Marine Rhodium
ระบบควบคุมเครื่องจักรใหญ่/เครื่องขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า MTU Callosum MC (MCS-6)
ระบบลดความร้อนไอเสียเครื่องจักรใหญ่/เครื่องขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ระบบลบล้างสนามแม่เหล็กตัวเรือ
ระบบป้องกันสงครามนิวเคลียร์ เคมี และชีวภาพ (NBC)
ระบบกล้องวงจรปิด
ระบบรับการเติมเชื้อเพลิงและส่งกำลังเพิ่มเติมในทะเล (FAS/RAS)

ระบบอาวุธ
(1) ปืนใหญ่เรือ Leonardo OTO 76/62 Super Rapid (SR) ขนาด 76 มิลลิเมตร 62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว (stealth shield/multi feeding) 1 แท่น สำหรับ
- กระสุนธรรมดา Expal Systems HE-PD หรือ HE-VT หรือ HE PFF-VT
- กระสุนต่อระยะไม่นำวิถี Leonardo Vulcano 76 BER
(2) ปืนใหญ่กล Orbital ATK Mk 44 Bushmaster ขนาด 30 มิลลิเมตร 70 คาลิเบอร์ บนแท่น MSI-DSL Seahawk R (DS-30M) แท่นเดี่ยว 2 แท่น
(3) ปืนกล FN Herstal M2HB ขนาด 12.7 มิลลิเมตร แท่นเดี่ยว 2 แท่น
(4) ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS) Raytheon Mk 15 Phalanx block 1B ประกอบด้วย ปืนใหญ่กล General Dynamics OTS M61A1 Gatling OGB ขนาด 20 มิลลิเมตร 99 คาลิเบอร์ 6 ลำกล้องหมุน บนแท่น Raytheon Mk 72 แท่นเดี่ยว 1 แท่น สำหรับ
- กระสุนเจาะเกราะ Orbital ATK Mk 244 mod 0 APDS ELC
(5) แท่นยิง Lockheed Martin Mk 41 VLS strike module 1 แท่น 8 ท่อยิง สำหรับ
- อาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ Raytheon RIM-162B ESSM block 1 ในกล่องยิง Mk 25 ท่อยิงละ 4 นัด รวมสูงสุด 32 นัด หรือ
- อาวุธปล่อยนำวิถีปราบเรือดำน้ำ Lockheed Martin RUM-139C VL-ASROC (VLA) ในกล่องยิง Mk 15 ท่อยิงละ 1 นัด รวมสูงสุด 8 นัด หรือผสมกัน
มีพื้นที่รองรับการติดตั้ง แท่นยิง Lockheed Martin Mk 41 VLS strike module เพิ่มเติม 1 แท่น 8 ท่อยิง
มีขีดความสามารถรองรับการติดตั้งอาวุธในแท่นยิง Mk 41 เพิ่มเติม
- อาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ Raytheon RIM-66M-2 SM-2MR block 3A ในกล่องยิง Mk 13 ท่อยิงละ 1 นัด รวมสูงสุด 16 นัด
- อาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ Raytheon RIM-162A ESSM block 1 (Aegis) ในกล่องยิง Mk 25 ท่อยิงละ 4 นัด รวมสูงสุด 32 นัด
(6) แท่นยิง Mk 141 2 แท่น แท่นละ 4 ท่อยิง สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น Boeing RGM-84L Harpoon block 2
(7) แท่นยิง J+S DMTLS 2 แท่น แท่นละ 3 ท่อยิง สำหรับตอร์ปิโด Raytheon Mk 54 mod 0 LHT

อากาศยานและสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติการบิน
ฮ.ปราบเรือดำน้ำ Sikorsky S-70B Seahawk 1 เครื่อง
ดาดฟ้าและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์บริเวณท้ายเรือ สำหรับ
- ฮ.ปราบเรือดำน้ำ Sikorsky S-70B Seahawk 1 เครื่อง หรือ
- ฮ.ลำเลียง Sikorsky MH-60S Knighthawk 1 เครื่อง หรือ
- ฮ.แบบอื่น ที่มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดไม่เกิน 10 ตัน
ห้องควบคุมการขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์
วิทยุช่วยเดินอากาศทางยุทธวิธี (TACAN) Moog MM-7000 (AN/URN-32)
ไฟช่วยนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอด (HVLAS) Aeronautical & General Instruments HELIVAS
ระบบช่วยนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอด แบบ harpoon & grid decklock DCNS
ระบบชักลากเฮลิคอปเตอร์ระหว่างดาดฟ้าและโรงเก็บ DCNS SAMAHE
คลังเชื้อเพลิง JP-5 จุดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง กระแสไฟฟ้า DC/AC น้ำจืด และ AFFF
คลังสรรพาวุธเฮลิคอปเตอร์ สำหรับ
- ตอร์ปิโด Raytheon Mk 46 และ
- อาวุธปล่อยนำวิถี Kongsberg AGM-119B Penguin Mk 2 mod 7
อุปกรณ์รับการส่งกำลังเพิ่มเติมในแนวดิ่ง (VERTREP)
มาตรฐานสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติการบิน NATO/US Navy Level II Class 2A

เรือเล็ก
เรือยางทางยุทธวิธีพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย (RIB) Zodiac 2 ลำ

ระบบบัญชาการและควบคุม
ระบบอำนวยการรบ Saab/Avia Satcom TH-9LV Mk 4
ระบบอำนวยการสงครามปราบเรือดำน้ำ (ASWCS) Atlas Elektronik AMACS
ระบบควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ Saab/Avia Satcom StriC ACCS
คอนโซลแสดงผลและควบคุมการรบ Saab MFC 2000 series 15 ชุด

ระบบตรวจการณ์
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/อากาศ/อำนวยการรบ Saab Sea Giraffe AMB 3D (AN/SPS-77(V))
เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศระยะไกล Saab Sea Giraffe 4A
เครื่องส่งสัญญาณพิสูจน์ฝ่าย แบบ Mk X(A) (ติดตั้งคู่กับเรดาร์ Giraffe AMB/Giraffe 4A) Leonardo SIT422 CI
เครื่องส่งสัญญาณระบุฝ่าย แบบ Mk X(A) Leonardo M425 NGIFF
เครื่องรับสัญญาณแสดงตนอัตโนมัติของอากาศยาน Saab ADS-B
เครื่องรับสัญญาณแสดงตนอัตโนมัติของเรือ Sperry Marine W-AIS
ออปโทรนิกส์ตรวจการณ์ Elbit Systems ELOP DCoMPASS
ศูนย์รวบ ปืนใหญ่เรือ/ปืนใหญ่กล (TDS) Saab Bridge Pointer 2 ชุด
โซนาร์ติดใต้ตัวเรือ (HMS) ความถี่ปานกลาง Atlas Elektronik DSQS-24C (ASO 94)
โซนาร์ลากท้ายลึกต่างระดับ (VDS) ความถี่ต่ำ Atlas Elektronik ACTAS (ASA 92)

ระบบควบคุมการยิง
เรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Saab CEROS 200 2 ชุด
เรดาร์ชี้เป้า (ติดตั้งคู่กับเรดาร์ CEROS 200) CEA Technologies SSCWI 2 ชุด
ออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Saab EOS 500
ระบบควบคุมการยิง ปืนใหญ่เรือ/ปืนใหญ่กล Saab 9LV Gun FCS module
ระบบควบคุมการยิง อาวุธปล่อยนำวิถี ESSM Saab 9LV ESSM FCS module
ระบบควบคุมการยิง อาวุธปล่อยนำวิถี Harpoon Boeing Advanced Harpoon Weapon Control System (AHWCS)
ระบบควบคุมการยิง ตอร์ปิโด J+S Deck Mounted Torpedo Launching System (DMTLS)

ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์และเป้าลวง
แท่นยิงเป้าลวง Terma DL-12T 2 แท่น แท่นละ 12 ท่อยิง สำหรับเป้าลวงอาวุธปล่อยนำวิถี Sea GNAT
แท่นยิงเป้าลวง Terma Mk 137 4 แท่น แท่นละ 6 ท่อยิง สำหรับเป้าลวงตอร์ปิโด DCNS CANTO-V
ระบบดักรับและหาทิศสัญญาณเรดาร์ Harris ES-3601S (AN/SLD-4(V))
ระบบดักรับสัญญาณสื่อสาร Rohde & Schwarz ESMD
ระบบหาทิศสัญญาณสื่อสาร (ติดตั้งคู่กับระบบดักรับสัญญาณสื่อสาร ESMD) Rohde & Schwarz DDF255
ระบบควบคุมการยิง เป้าลวงอาวุธปล่อยนำวิถี Terma SKWS (C-Guard)
ระบบควบคุมการยิง เป้าลวงตอร์ปิโด (ติดตั้งคู่กับระบบควบคุมการยิง SKWS) DCNS CONTRALTO-V

ระบบสื่อสาร
ระบบสื่อสารแบบรวมการ (ICS) Saab TactiCall
ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางยุทธวิธี Saab Link E และ Link G (GADLS)
ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางยุทธวิธี Saab Link 11 (TADIL-B)
ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางยุทธวิธี Saab/Rohde & Schwarz Link RTN (TADIL-B)
วิทยุสื่อสาร ความถี่ HF/VHF/UHF Rohde & Schwarz M3SR series
วิทยุสื่อสารพื้นน้ำ-อากาศ ความถี่ VHF/UHF Rohde & Schwarz M3AR series
วิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียม แบบ M-VSAT
ระบบรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสาร (ติดตั้งคู่กับวิทยุ M3SR/M3AR) Rohde & Schwarz SECOS
โทรศัพท์ใต้น้ำ Wartsila ELAC Nautik ELAC UT 3000 MASQ

ระบบเดินเรือ
ระบบสะพานเดินเรือแบบรวมการ (IBS) Sperry Marine VisionMaster FT Defense
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/เดินเรือ ความถี่ S-band Kelvin Hughes SharpEye
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/เดินเรือ ความถี่ X-band Furuno FAR series
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/เดินเรือ/ควบคุมเฮลิคอปเตอร์ ความถี่ X-band Kelvin Hughes SharpEye
เข็มทิศไยโร Sperry Marine NaviGat X Mk 1
ระบบเดินเรือด้วยแรงเฉื่อย แบบริงเลเซอร์ไยโร (RLG) Safran Electronics & Defense Sigma 40
เครื่องหาที่เรือด้วยดาวเทียม (GPS)
เครื่องวัดความเร็วเรือ Sperry Marine NaviKnot series
เครื่องหยั่งน้ำ Furuno FE 700
เครื่องถือท้ายอัตโนมัติ Sperry Marine Navipilot series
เครื่องแผนที่เดินเรืออัตโนมัติ (ECDIS) Kelvin Hughes
เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทาง (VDR) Sperry Marine VoyageMaster series
ระบบอุตุนิยมวิทยา
คอนโซลแสดงผลและอำนวยการเดินเรือทางยุทธวิธี Kelvin Hughes Naval Tactical Display
59
สนทนาท้ายเรือ / สกู๊ป อู่กรุงเทพกับภารกิจต่อเรือ opv ใหม่
« กระทู้ล่าสุด โดย ราชาวานร เมื่อ กันยายน 12, 2017, 03:52:26 PM »


อู่กรุงเทพ ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่เก่าแก่กว่า 150 ปีของกองทัพเรือกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและเพิ่งศักยภาพของบริษัทให้สามารถแข่งขันได้

บทสัมภาษณ์นาวาเอก พิชเยนทร์ ตันประเสริฐ กรรมการผู้จัดการของอู่กรุงเทพ ที่จะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่ของกองทัพเรือไทย และก้าวต่อไปของอู่กรุงเทพในการพัฒนาเพื่อเป็นบริษัทต่อเรือที่มีความสามารถและแข่งขันได้

Q:บทบาทของอู่กรุงเทพในการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง?

A:ในเรือหลวงกระบี่ลำแรกนั้น อู่ราชนาวีมหิดลทำการต่อ Superstructure และที่เหลือให้อู่กรุงเทพต่อเนื่องจากบุคลากรของกองทัพเรือไม่เพียงพอ ส่วนในลำนี้อู่กรุงเทพทำหน้าที่ส่งมอบพัสดุและให้คำแนะนำทางเทคนิค รวมถึงต่อเรือบางส่วน โดยอู่ราชนาวีมหิดลของกองทัพเรือเป็นคนต่อส่วนที่เหลือ พร้อมทั้งแบ่งงานให้กับบริษัทเอกชนอื่น ๆ ด้วย โดยรวมแล้วอู่กรุงเทพจะต่อทั้งหมด 3 บล็อค บริษัท ช. ทวี ดอลลาเชี่ยนต่อ 10 บล็อค และอู่ราชนาวีมหิดลต่อเอง 7 บล็อค

Q:แบบเรือลำนี้ยังใช้แบบเรือเก่าหรือไม่หรือใช้แบบใหม่เลย?

A:เรายังใช้ต้นแบบเรือ River class batch II ซึ่งนำมาต่อเป็นเรือหลวงกระบี่ แต่เนื่องจาก Staff requirement ของกองทัพเรือทำให้เรือลำที่สองไม่เหมือนเรือหลวงกระบี่ ทำให้เรานำแบบของเรือหลวงกระบี่มาปรับปรุงให้เป็นเรือลำที่สอง เช่น ดาดฟ้าซึ่งเราต้องย่อ Superstructure ไปประมาณ 3 เมตรเพื่อให้ SH-60B Sea Hawk ลงได้ ตัว Main Deck ก็ต้องแข็งแรงมากขึ้น และ Superstructure เดิมก็ไม่ได้ทำให้รองรับจรวด พอติดจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำก็ต้องเสริมความแข็งแรงลงไปจนถึงผนังใต้แนวน้ำ หัวเรือจะมีเป้าหลวง ดังนั้นแบบเรือต้องปรับใหม่หมดเลย ในขณะเดียวกันเรือยนต์และเครนก็เปลี่ยน ทำให้น้ำหนักเปลี่ยนเยอะ

Q:การเปลี่ยนนี้ใครเป็นคนทำแบบใหม่?

A:คนไทยทำเอง เพราะลิขสิทธิ์ที่เราได้คือ River class batch II แบบเดียวกับที่ต่อให้ตริริแดดแอนด์โตแปโก ซึ่ง BAE ไม่ได้ทำอะไรเลย ทุกอย่างไม่เหมือนกับเรา ปืนก็ต่างจากเรา พอเรานำมาทำเป็นเรือหลวงกระบี่ก็ทำแท่นปืนหัวใหม่จากปืน 30 มม. ให้เป็นปืน 76/62 ส่วนปืน 30 มม. ที่ติดด้านข้างก็ไม่มีในแบบ เราก็ต้องมาดัดแปลง ในแบบเรือลำใหม่นี้ปืน 30 มม. ยังจะเหมือนกับเรือกระบี่อยู่ แต่ปืนเรือจะเปลี่ยนเป็น 76/62 Super Rapid และเป็นปืนมือหนึ่งของใหม่ ซึ่งต่างจากปืนของเรือหลวงกระบี่ที่เป็นมือสองมาปรับปรุง เมื่อรวมกับจรวด ระบบอำนวยการรบ และอาวุธต่าง ๆ จึงทำให้ลำนี้แพงกว่าเรือหลวงกระบี่

Q:ทำไมกองทัพเรือถึงอยากติดจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ?

A:ถ้ามองลึก ๆ นั้น กองทัพเรือไม่มีอำนาจการยิงจากเรือโจมตี (อาวุธปล่อยนำวิถี) มาพักหนึ่งแล้ว ซึ่งทำให้อำนาจการยิงลดลงมาก ดังนั้นกองเรือตรวจอ่าวจึงต้องเสริมอำนาจการยิงเพื่อทดแทนอำนาจการยิงเดิม เรือลำใหม่นี้จึงต้องติดจรวด


Q:ทำไมถึงไม่มีโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์?

A:เรือลำนี้จริง ๆ ถูกออกแบบมาให้วิ่งที่ 24 น็อต แต่ลำนี้ตอนแรกคิดว่าจะต่อความยาวเพิ่มอีก 3 เมตร ซึ่งทำให้ความเร็วมากขึ้นโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่เมื่อยืดความยาวออกมาแล้วจะต้องติดโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์เพื่อให้รับกับ Sea Hawk ก็จะเหมือนกับรถปิ๊กอัพไปใส่หลังคาสูง ซึ่งทำให้ความเร็วลดลงไปเอง และการต่อความยาวออกไปอาจจะทำให้เรือต้องทำ Tank Test ใหม่ ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับโครงการ และอาจมีปัญหาด้านการเลี้ยว ดังนั้นเราจึงใช้การลดความยาว Superstructure ลงแต่ก็ไม่ยาวพอที่จะติดตั้งโรงเก็บได้ จึงไม่มีโรงเก็บมาด้วย การลด Superstructure ก็จะเป็นการย้ายตำแหน่งของห้องเก็บอุปกรณ์ของนักบิน และย้ายที่เก็บอาวุธและกระสุนลงด้านล่าง และนำอุปกรณ์ของจรวดไปใส่ไว้บริเวณปล่องควัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ถูกใช้เกือบหมดแล้ว ถ้าจะติดอาวุธเพิ่มเช่น จรวดต่อสู้อากาศยาน คงต้องเปลี่ยนแบบเรือใหม่

แต่จริง ๆ แล้วถ้ากองทัพเรือให้งบประมาณเพิ่มก็สามารถทำ Tank Test และปรับแบบได้มากกว่านี้ ซึ่งเรากำลังคุยกับ BAE ที่เป็นเจ้าของแบบว่าสำหรับเรือ 2 ลำหลังนั้นจะเสนอแบบเรือในลักษณะใดให้กับกองทัพเรือ ซึ่ง BAE ก็กำลังเสนอแบบเรือชั้น Khareef ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์มาด้วย

Q:จุดแข็งของแบบเรือ River Class นี้คืออะไร?

A:จุดแข็งที่เห็นได้ชัดจากการใช้งานจริงคือบริเวณหัวเรือ ซึ่งเราพิสูจน์มาแล้วจากการเดินทางไปร่วมการสวนสนามทางเรือนานาชาติที่ออสเตรเลียที่ต้องผ่านทะเลที่มีความรุนแรงถึง Sea State 5 กับเรือที่เพิ่งส่งมอบและออกทะเลทางไกลครั้งแรก แต่เรือก็มีเสถียรภาพและความคล่องตัวดีมาก

Q:เครื่องจักรใหญ่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?

A:ยังใช้ตราอักษรเดิม โครงเครื่องเดิม แต่เทอร์โบชาร์จให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้เข้ากับกฎเกณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง แต่ความเร็วและแรงม้าไม่ได้ต่างจากเดิม

Q:เรือลำนี้ต่อเป็นมาตรฐานทางทหารหรือมาตรฐานพลเรือน?

A:คือแบบเรือลำนี้มาจากแบบเรือตรวจอ่าว สหราชอาณาจักรก็ใช้ในกองเรือตรวจอ่าวหรือกองเรือป้องกันฝั่ง ซึ่งข้อมูลจากบริษัทที่เป็นเจ้าของแบบนั้นพบว่าถ้าเป็นฟริเกตุโครงสร้างจะซับซ้อนกว่านี้ จะแข็งแรงและทนต่อการรบมากกว่า แต่เรือลำนี้ก็มี Water Tight Compartments ที่ออกแบบตามแบบของเรือรบ ดังนั้นถึงถูกยิงก็สามารถจำกัดความเสียหายได้ แต่ถ้าเป็นฟริเกตุหรือคอร์แวตต์นั้น การออกแบบหรือว่าเหล็กที่ใช้นั้นมันจะทนต่อความรบกว่า ซึ่งเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งหรือ OPV นั้นยังไม่จัดเป็นเรือรบที่ใช้ในการสงครามโดยตรง

Q:จริง ๆ แล้วถ้าให้คนไทยเราปรับแบบทำกันเอง ขยายแบบเพื่อให้ถึงการต่อเรือฟริเกตนั้นทำได้หรือไม่?

A:อันนี้ถ้าไม่พูดถึงข้อกฎหมายในด้านลิขสิทธิ์ของแบบที่ BAE เป็นเจ้าของ และลองสมมุติว่าลองยืดกลางลำสัก 15 เมตรให้เป็นเรือในระดับ 110 เมตร ยืนยันว่าคนไทยทำได้ เพราะคนของบริษัทอู่กรุงเทพปัจจุบันที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นทำกันเป็นแล้ว เคยมือแล้ว

Q:ถ้าจะต่อเรือฟริเกตุกันจริง ๆ อู่แห้งอู่เดียวเพียงพอหรือไม่?

A:ไม่พอ ดังนั้นอู่กรุงเทพกำลังพัฒนาพื้นที่ 44 ไร่เพื่อขยายขีดความสามารถในการต่อเรือ โดยการนำพื้นที่เก่าที่ยานนาวาไปให้กรมธนารักษ์เช่า และนำเงินกลับมาพัฒนาอู่ใหม่ ทำให้เราจะมีอู่ของเราเองซึ่งจะอยู่ทางด้านทิศใต้ ติดกับท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ในบริเวณของอู่ราชนาวีมหิดล นอกจากนั้นเราก็รับซ่อมเรือของกองทัพเรือด้วย โดยเฉพาะการซ่อมตัวเรือใต้แนวน้ำที่กองทัพเรือให้เราทำทั้งหมดเพราะกองทัพเรือมีกำลังพลไม่พอ

Q:อู่กรุงเทพมีโครงการจะรับต่อเรือประเภทอื่น ๆ หรือไม่?

A:ตอนนี้เรากำลังทำแผนยุทธศาสตร์ของบริษัท โดยพัฒนาการต่อเรือจากเล็กไปใหญ่ ปีหน้าเราจะรับต่อเรือลากจูงขนาด 200 ตันของการท่าเรือ และต่อไปในปี 2561-62 เราจะเริ่มต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 5 และ 6 หลังจากนั้นจะก้าวไปที่ฟริเกตุ ซึ่งคงจะต้องจับมือกับพันธมิตรต่างชาติเพราะงานค่อนข้างซับซ้อน ในขณะเดียวกันเราก็จะซ้อมมือด้วยการทำเรือใบสามเสา ซึ่งเราลงนามในสัญญาจ้างกับเอเชียทีค จริง ๆ แล้วเรามีแบบเรือใบเรียบร้อยแล้ว เป็นของบริษัท Damen ถ้ากองทัพเรืออยากจะต่อเรือใบสำหรับฝึกนักเรียนนายเรือแบบโรงเรียนนนายเรือของต่างประเทศก็สามารถทำได้เช่นกัน
60
ประวัติเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2559 มีพิธีเริ่มเดินเครื่องตัดโลหะ CNC เรือ OPV ลำที่ 2

โดยพล.ร.อ.พลเดช เจริญพูล ประธานคณะกรรมการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง และที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพเรือ เป็นประธานในพิธี เริ่มเดินเครื่องตัดโลหะ CNC สำหรับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ ๒ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา 5 ธันวาคม 2560

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ ลำที่ 2 นั้น ก็ได้มีการทำพิธีเดินเครื่องตัดโลหะชิ้นส่วนเรือ Block 1
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8