กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51


โฮสติ้งราคาถูก บริการดี ซัพพอทเร็ว เลือกแพ็คเกจคุ้มค่า คุ้มราคา บริการทุกระดับประทับใจ
รายละเอียดเพิ่มเติม>>โฮส24พลัส ดอทคอม

ติดต่อเจ้าหน้าที่ HOST24PLUS
Tel: 089-899-3829
Email: support@host24plus.com
LINE ID: talaprang
Web: https://host24plus.com
52
สนทนาท้ายเรือ / เพลงเด็ก : ดนตรีกับการส่งเสริมพัฒนาการในเด็ก
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ ตุลาคม 09, 2018, 08:36:37 PM »
ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็กเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ทารกในครรภ์ได้ยินเสียงจากการฟังเพลงของมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ นักจิตวิทยากล่าวถึงการฟังเพลงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้ทารกอารมณ์ดี เสียงเพลงที่ดังเข้ามาทางแก้วหูมารดา ย่อมเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเป็นจังหวะ ที่ทารกในครรภ์ จะรับรู้ได้อย่างแน่นอน ช่วยกระตุ้นให้เด็กพัฒนาการได้ยินดีขึ้น และเป็นการวางรากฐานในเรื่อง ความพร้อมทางดนตรีด้วย

จากการทดลองได้ผลว่า การเปิดเพลงคลาสสิก โดยเฉพาะเพลงของโมทซาร์ท ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางการได้ยิน ซึ่งเพลงที่นำมาเปิดให้เด็กฟัง ควรเป็นเพลงที่มีจังหวะช้า หรือค่อนข้างช้า และท่วงทำนองที่ไพเราะ ไม่ดังจนเกินไป คลื่นเสียงจากเพลงเหล่านี้ ช่วยทำให้คลื่นสมอง มีการพัฒนาไปในทางที่ดี เร้าให้ส่วนหนึ่งของเซลล์ประสาททำงานได้ดีขึ้น ช่วยสร้างสมาธิ และทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีต่อไป บ่อยครั้งเมื่อทารกในครรภ์ดิ้น แล้วมารดาเปิดเพลงฟัง ทารกก็จะสงบลง เหมือนว่ากำลังตั้งใจฟังเพลงนั้นๆ อยู่ ส่งผลต่อบุคลิกภาพของทารกในครรภ์ เกิดมามีอารมณ์ดี เป็นคนสงบ ไม่ก้าวร้าว ช่วยให้ลูกอารมณ์ดี ผ่อนคลาย และถ้าผู้เป็นมารดาเปิดเพลงไหนฟังบ่อยๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ พอทารกคลอดออกมา แล้วเปิดเพลงนั้นอีก ทารกก็จะสงบลง และผ่อนคลายทันที เพราะรู้สึกเหมือนว่า กำลังอยู่ในครรภ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยทำให้การเลี้ยงทารกแรกเกิดหลังคลอด ทำได้ง่ายขึ้น การได้ฟังเพลงที่คุ้นหู ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จะช่วยทำให้เด็กหยุดร้องโยเยได้ เกิดมาแล้วเลี้ยงง่าย (Easy child)

เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรเด็กมักจะได้ยินเสียงเพลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากเสียงขับกล่อมจากผู้เลี้ยงดู วิทยุ โทรทัศน์ แผ่นเสียง เครื่องบันทึกเสียง หรือเสียงร้องของเด็กเองดังนั้นการสอนดนตรีสำหรับเด็กเล็กจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากและเป็นหัวใจของของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหลาย เสียงดนตรี หรือเสียงเพลงที่เราฟังกันอยู่ทุกๆ วัน นอกจากจะไพเราะ และทำให้ผู้ใหญ่อย่างพวกเรามีความสุขแล้ว สำหรับเจ้าตัวเล็กวัย 2-8 ขวบ เสียงดนตรียังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กได้เป็นอย่างดี ในทุกๆด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ และสติปัญญา ซึ่งคุณค่าของดนตรีมีผลต่อพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

ด้านสติปัญญาทำให้เด็กมีสมาธิ ซึ่งมีอิทธิพลต่อทักษะในด้านการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์และยังส่งเสริมจินตนาการที่สดใส โดย รศ.ดร.ณรุทธ์ สุทธิจิตต์หัวหน้าภาควิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวเอาไว้ว่า “อิทธิพลของเสียงดนตรีที่ดีมีส่วนอย่างยิ่งในการสร้างเสริมและพัฒนาการหลายด้านของเด็ก” เด็กจะมีโอกาสคิดอย่างสร้างสรรค์ผ่านดนตรี เช่น สามารถกำหนดจังหวะหรือแต่งเพลงใหม่ๆของตนเองขึ้นจากการฟังเสียงดนตรี หรือเพลง


เพลงเด็ก : ดนตรีกับการส่งเสริมพัฒนาการในเด็ก คลิ๊กที่นี่ http://www.thaikidssong.com/เพลงเด็ก/
53
สนทนาท้ายเรือ / 6 วิธีกำจัด เห็บจิ๋วตัวร้ายในน้องหมา
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ ตุลาคม 09, 2018, 08:23:08 PM »
คงไม่ดีแน่หากน้องหมาของคุณเต็มไปด้วย เห็บ คุณควรกำจัดวายร้ายตัวจิ๋วโดยด่วนไม่ว่าจะเป็นการตัดขน เลือกสูตรแชมพูที่มีฤทธิ์กำจัดเห็บ ฯลฯ หากปล่อยทิ้งไว้จะก่อให้เกิดอันตรายทั้งน้องหมา และคนเลี้ยงได้

เมื่อน้องหมาแสนรักของเราต้องเผชิญกับเพื่อนร้ายตัวจิ๋ว (เห็บ) เห็นทีต้องรีบกำจัดพวกมันออกไปโดยด่วน เพราะเห็บเป็นอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์ หากถูกกัดจะทำให้ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ แถมยังแพร่พันธุ์ได้เร็วมากๆ และเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตในบ้าน มาดูวิธีกำจัด เห็บ ให้น้องหมากันค่ะ

1.ตัดขน

การตัดขนสั้นช่วยลดจำนวนของเห็บให้ลดลงได้ และยังทำให้ผู้เลี้ยงเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น เห็บ หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่ตามตัวน้องหมาชัดขึ้น หากเจอเห็บให้หยิบออกไปแช่ในขวดน้ำมัน หรือแอลกอฮอล์ ปิดฝาให้สนิทก่อนนำไปทิ้ง (ไม่แนะนำให้แช่ในน้ำเปล่าเพราะเห็บจะแค่สลบ ไม่ตายอย่างแน่นอนค่ะ)

2.แชมพูกำจัดเห็บ

เลือกที่มีส่วนผสมของ Pyrethrin หรือ Cypermethrin ซึ่งเป็นสารกำจัดเห็บหมัดโดยเฉพาะ ในแชมพูบางยี่ห้ออาจใช้สารสกัดจากพืช เช่น น้ำมันสะเดาผสม น้ำมันยูคาลิปตัส เป็นทางเลือกแก่ผู้เลี้ยงค่ะ สำหรับวิธีใช้ก็เหมือนกับการใช้แชมพูทั่วไป ผสมแชมพูกับน้ำให้เจือจางแล้วฟอกให้ทั่วตัวน้องหมา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ

3.แป้งกำจัดเห็บ

สามารถหาซื้อได้ตามเพ็ทช็อปทั่วไป วิธีใช้เหมือนกับแป้งของคน คือ โรยบนตัวสุนัขหลังอาบน้ำ มีระยะเวลาป้องกันประมาณ 7 วัน ป้องกันเห็บแพร่พันธุ์ได้ดี เหมาะกับน้องหมาที่มี เห็บ น้อย ผู้เลี้ยงอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาประเภทอื่นช่วยเลยค่ะ

4.SPOT-ON

หรือยาหยอดบนหลังคอ ตัวยาจะค่อยๆ ซึมไปกับไขมันผิวหนัง แนะนำว่าก่อนหยอดยาไม่ควรอาบน้ำให้น้องหมา เพราะแชมพูจะไปชะล้างตัวยาออก ทำให้ประสิทธิภาพในการแพร่กระจายของตัวยาลดลงได้ค่ะ และหลังหยอดยาควรงดอาบน้ำให้น้องหมาอย่างน้อย 2 วัน หรือปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แนบบนฉลากอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด


6 วิธีกำจัด เห็บจิ๋วตัวร้ายในน้องหมา คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/หมา/
54
สนทนาท้ายเรือ / รีวิว oppo find x : 5 เหตุผลสุดคุ้ม ที่ต้องเลือก OPPO Find X
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ ตุลาคม 09, 2018, 07:54:16 PM »
สมาร์ทโฟน เทคโนโลยีที่ครองใจคนทั่วโลกตอนนี้ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้ตัวกับคนมากที่สุด ตื่นมาก็เจอ ก่อนนอนก็ขาดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกสมาร์ทโฟนที่ดีและเหมาะสมกับเรามากที่สุด

และครั้งนี้ OPPO Find X เปิดตัวมาในวาระครบรอบ 10 ปี ออปโป้ ซึ่งบางคนอาจจะรู้ข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่จะรู้หรือไม่ ว่ายังมีเหตุผลสุดจี๊ดบางประการที่คุณจะไม่อยากพลาด OPPO Find X เพราะมีแค่เครื่องนี้เครื่องเดียว ก็เอาอยู่ สามารถใช้ได้ในไลฟสไตล์ของคุณได้ในทุกวันไม่มีเบื่อ แถมได้ประโยชน์มากมายจากเจ้าตัวนี้ ลองไปดู 5 เหตุผล คุ้มค่า ไม่พลาดที่จะเลือก OPPO Find X

1.ดีไซน์สวยนำสมัย

สมัยนี้ใครๆก็ชอบความแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างรูปทรงใหม่ สีใหม่ แตกต่างอย่างลงตัว หรือที่เค้าเรียกว่านำเอาความเป็นแฟชั่นมาผสมผสานด้วย และครั้งนี้ OPPO Find X ได้เลือก 2 สีไล่เฉดที่งดงามมารังสรรค์อยู่บน สมาร์ทโฟนกระจก 3D Glass ที่ทำให้ตัวเครื่องแวววาวล้ำค่าเหมือนอัญมนี มี2สี ได้แก่ Bordeaux Red ได้รับแรงบันดาลใจจากสีไวน์ชื่อดังจากฝรั่งเศสและ Glacier Blue ได้รับแรงบันดาลใจจากธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ซึ่งไล่เฉดสีได้สวยงาม ไล่จากเข้มตรงกลาง และสว่างออกทั้งสองข้าง อีกหนึ่งความสวยงาม ไม่มีรอยบากอีกต่อไป พื้นที่หน้าจอแสดงผล 93.8% ทั้งนี้เพราะ OPPO Find X อยากให้ทุกคนได้ร่วมค้นหาอนาคต ร่วมค้นหาความสวยงามที่มีอยู่ในรุ่นนี้

2.กล้องสไลด์ขึ้น-ลง เนียนกริ๊บ

นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ก็ไม่เว้นเรื่องของกิมมิกลูกเล่นใหม่ๆ ให้ไม่น่าเบื่อจำเจ แถมยังโชว์ศักยภาพของเทคโนโลยีออกมาได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย นั่นคือ Stealth 3D Cameras นวัตกรรมซ่อนกล้องพอกดเข้าโหมดกล้อง มันก็สไลด์กล้องขึ้นมาเอง พอกดปิด ก็สไลด์กลับลงไป ด้วยความเร็วเพียง 0.6วินาที อื้มหืมม นี่คือกล้องสไลด์อัตโนมัติที่แรกของโลก

3.ถ่ายรูป หมดห่วง เครื่องเดียวเอาอยู่

เรื่องกล้อง กล้าบอกเลย ไม่ต้องง้อกล้องใหญ่อีกต่อไป ความคมชัดกล้องหน้าAI ละเอียด 25 ล้านพิกเซล กล้องหลังคู่ AI ความละเอียด 16+20 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีระบบตรวจจับใบหน้าแบบ 3D ทำให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้หลายฟังก์ชั่นการใช้งานเลย เช่น 3D AI Beauty และ 3D Omoji อย่าง 3D AI Beauty ถ้าเปิดโหมดนี้ รูปที่ถ่ายตัวเองจะสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีการปรับแต่งใบหน้าแบบสามมิติ เห็นส่วนเงาและโครงหน้าชัดมากขึ้น ดูไม่เฟคส่วน 3D Omoji ก็เป็นอีกหนึ่งลูกเล่น ผู้ใช้สามารถแสดงอารมณ์ผ่านตัวการ์ตูนน่ารักๆได้

รีวิว oppo find x : 5 เหตุผลสุดคุ้ม ที่ต้องเลือก OPPO Find X คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/review/686/
55
โน๊ตบุ๊คมือสอง เป็นอีกทางเลือกนึงที่สำหรับท่านที่งบประมาณจำกัด แต่ก็ยังได้โน๊ตบุ๊คที่มีสภาพดีพอใช้และ เสปกสูง ซึ่งราคานั้นนับว่าถูกมาก

แต่ ด้วยกลยุทธ์การตลาดของผู้ผลิตที่ ต้องการทำยอดขายสูงๆ ทำให้โฆษณาที่ออกมานั้นมักจะโน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องใหม่ไปเลย โดยไม่นิยมให้ลูกค้าอัพเกรดเครื่องเดิมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในทุกวันนี้ ดังนั้น หากใครสนใจซื้อโน้ตบุ๊คมือสองมาใช้ ลองดูวิธีเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คมือสองดังนี้

1. แหล่งซื้อขาย และการรับประกัน
ควรหาแหล่งซื้อขายที่ราคาไม่แพง และตัวเลือกเยอะๆ อย่างเว็บไซต์ก็เป็นตัวเลือกในการหาซื้อโน๊ตบุ๊คมือสองได้ดีที่นืงเลย โดยที่้ข้อควรระวังคือ ควรซื้อกับบุคคลที่ไว้ใจได้ มีประวัติยูสเซอร์ในเว็บซื้อขายดี และมีที่อยู่ชัดเจน อีกทั้ง เรื่องของประกันในกรณีที่เครื่องหลุดประกันไปแล้ว คนขายจะรับประกันกี่วัน ควรจะมีการรับประกันอย่างน้อย 7 วันเป็นอย่างต่ำ

2. โน๊ตบุ๊คมือสองมีรอย เป็นเรื่องธรรมชาติ …
ของที่ผ่านการใช้งานแล้ว ก็ต้องมีบาดแผลมีรอยเป็นธรรมดา ถ้ารอยมันไม่โหดร้ายมาก ให้เราเน้นไปดูที่การทำงานของเครื่องจะดีกว่าครับ

3. หน้าจอโน๊ตบุ๊ค
หน้าจอโน๊ตบุ๊คนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะถ้ามันเสียหายไปนั้น จะเปลี่ยนก็แพงโขครับ ดังนั้นให้ทำการตรวจเช็คว่า มี dead pixel รึเปล่า , มีเส้น มีขีดรึเปล่า ถ้ามีก็ให้มองข้ามเครื่องนั้นไปเลยครับ อีกวิธีที่ทางเรา jumnotebook ใช้บ่อยๆ คือ พับจอขึ้นลงซัก 5-6 รอบ ว่าพับขึ้นลงแล้วมีอาการไหม (เคยเจอบางเคส เปิดติดปรกติ แต่ลองพับจอสัก 4-5 ที จอเส้นขึ้น หรือไม่ดับไปเลยก็มี)

4. Bluetooth, Wifi, Usb
ตรวจเช็คบลูทูธ ไวไฟ พอร์ท usb ทุกพอร์ทว่ายังใช้งานได้ปกติดีหรือไม่ สำหรับพอร์ท usb ถ้ามันเสียไปซักช่องก็ยังถือว่าโอเคครับ เพราะมันมีมากกว่า 1 ช่องอยู่แล้ว


ขายโน๊ตบุ๊คราคาถูก : วิธีเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค มือสอง คลิ๊กที่นี่ https://www.salenotebooklaptop.com
56
วันนี้ Potatotechs จะนำเสนอถึง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่บรรดาเกมเมอร์ทั้งหลายควรมีไว้ในครอบครองค่ะ เพื่อช่วยให้คุณได้อรรถรส และความสนุกจากการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง

สำหรับเหล่านักเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทั้งหลายแล้ว เกมมิ่งเกียร์ (Gaming Gears) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยละค่ะ เรียกได้ว่าเป็น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ยังชีพเลยก็ว่าได้ เพราะอุปกรณ์เสริมเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เหล่าเกมเมอร์ได้อรรถรส และเกิดความสนุกสนานในการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น ด้วยลูกเล่นและประสิทธิภาพของตัวอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบให้มีการใช้งานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

1.เมาส์ (Mouse)

เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่คนใช้คอมพิวเตอร์แบบ PC แต่ทราบหรือไม่ว่าเมาส์สำหรับเล่นเกม และเมาส์สำหรับใช้งานทั่วไปนั้นมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าของ DPI (Dots Per Inch) คือ ความเร็วของตัวเคอร์เซอร์ (Cursor) ในการลาก หรือชี้ไปยังจุดที่ต้องการบนหน้าจอมอนิเตอร์ ยิ่งค่า DPI สูงเท่าไร ก็จะทำให้สามารถลากเคอร์เซอร์ไปยังจุดที่ต้องการได้แม่นยำมากขึ้น แต่ใช้พื้นที่ในการลากน้อยลงนั่นเอง จะส่งผลเป็นอย่างมากสำหรับเกมที่ต้องใช้การควบคุมความแม่นยำสูง และตอบสนองเร็ว เช่น เกม MOBA, FPS, Realtime Strategy, MMORPG เมาส์ประเภทนี้จะสามารถปรับค่าของ DPI ขึ้นลงได้ตามความต้องการของเกมเมอร์ค่ะ

เมาส์สำหรับเกมเมอร์อีกประเภทหนึ่งก็คือ แบบมีปุ่มแมโคร (Macro) เสริม ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถตั้งค่าชุดคำสั่งได้เองตามที่ผู้เล่นต้องการ หรือตั้งค่าปุ่มต่างๆ ที่คุณต้องการกดบนคีย์บอร์ด สามารถกดจากเมาส์ได้เลยค่ะ เหมาะมากสำหรับเกมประเภท MMO และ MOBA ค่ะ

2.คีย์บอร์ด (Keyboard)

คีย์บอร์ดสำหรับใช้เล่นเกมจะแตกต่างกับคีย์บอร์ด Rubber Dome แบบทั่วไป เพราะมีลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว สามารถปรับการตั้งค่าควบคุมปุ่มกดได้ โดยเฉพาะเกม MMORPG (Massive Multiplayer Online Role-Playing Game) การมีคีย์บอร์ดที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สมัยนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เช่น คีย์บอร์ดที่คุณสามารถตั้งค่าแมโคร (Macro) สำหรับใช้ในการกดปุ่มเป็นชุดเองได้ และสามารถตอบสนองการใช้งานได้ดีกว่าคีย์บอร์ดปกติ บางรุ่นก็จะมีเทคโนโลยี Mechanical ซึ่งได้พัฒนาให้ปุ่มกดทนทานกว่า ใช้งานได้นานกว่า และส่งข้อมูลได้แม่นยำกว่าแบบปกติค่ะ ส่วนราคาก็จะสูงตามไปด้วยนะคะ แต่ถ้าคุณมีความเป็นเกมเมอร์อยู่ในสายเลือด ก็คุ้มค่าสำหรับการลงทุนค่ะ


อุปกรณ์เล่นเกมออนไลน์ที่บรรดาเกมเมอร์ควรมีไว้ คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/เกมออนไลน์/
57
สนทนาท้ายเรือ / ไอเดีย ตกแต่งบ้านชั้นเดียวแนวอินเดีย
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ ตุลาคม 09, 2018, 04:42:17 PM »
ตกแต่งบ้านแนวอินเดีย สีสันที่ต้องมนต์สะกดสายตา

1. สีสัน
สีสันของบ้านสไตล์อินเดียมักจะมีสีสดใส ดูอบอุ่นคล้ายความเผ็ดร้อนของอาหารอินเดีย แต่ก็มีการผสมผสานสีสันที่หลากหลาย กลมกลืน และจะไม่ตัดกันมาก จะเน้นสีสันที่ให้ความรู้สึกสะอาดตา

2. ลวดลาย
ผนังห้องต้องมีลวดลายที่สวยงาม รับกับสีสันของห้อง มักจะเน้นความเรียบง่าย และมีลวดลายแทรกแซมอยู่ในมุมต่างๆ เช่น หน้าต่าง กรอบรูป ผ้าม่าน ฯลฯ มีลวดลายแต่ไม่ดูรกรุงรังหรือสกปรก

3. พื้น
พื้นของห้องมักจะใช้วัสดุที่เป็นหินอ่อนลายทาง หรือการใช้ซีเมนต์ โดยโทนสีมักจะเป็นสีสว่าง รับกับสีอบอุ่นของผนังห้อง อีกประการคือ พื้นห้องมักจะมีความเย็น แต่ไม่นิยมพื้นที่ทำจากวัสดุ เช่น ไม้

4. การตกแต่ง
การตกแต่งมักจะใช้ กระจกที่มีกรอบลวดลายสวยงามติดบนผนังบ้าน รูปภาพที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนอินเดีย รูปภาพของเทพ เทวดาพระองค์ต่างๆที่ศรัทธา นอกจากนั้นยังมีการใช้ของตกแต่งที่แกะสลักจากหินศิลาแลง และโลหะ เช่น ทองแดง และทองเหลือง ซึ่งบางครั้งอาจใช้ทองคำแท้มาใช้ตกแต่งบ้านด้วย หน้าต่างบ้านมักจะเป็นหน้าต่างทรงสูงจึงจำเป็นต้องมีผ้าม่านทรงสูงเช่นกัน โดยเนื้อผ้าม่านมักจะเป็นผ้าบางๆ เพื่อให้ปลิวลมและสร้างเสน่ห์ให้กับห้องได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังรวมถึงพรมประจำบ้าน ซึ่งหลายบ้านมักจะใช้พรมถักมือซึ่งมีลวดลายสวยงาม และมีความหนาเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นบ้านได้ และยังช่วยให้ไม่เย็นเท้าเวลาเหยียบพื้นอีกด้วย

5. เฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์ในบ้านมักจะทำขึ้นจากไม้ และมีการตกแต่งบนชิ้นไม้ มีการแกะสลักสวยงาม นอกจากนั้นยังมีการผสมผสานงานไม้กับหนังสัตว์ด้วย และอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือหมอนที่จำเป็นต้องมีมาก มีหลายขนาด วางไว้ทุกมุมบ้าน ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าจะลงนอนตรงไหนก็ได้

ไอเดีย ตกแต่งบ้านชั้นเดียวแนวอินเดีย คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/
58
ภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญตามลำดับในบ้านของท่านผู้อ่าน ได้แก่

1. โอ่งน้ำใช้
2. ขาตู้กันมด
3. โอ่งน้ำดื่ม
4. ถังซีเมนต์ในห้องน้ำ
5. ภาชนะอื่น ๆ เช่น จานรอง กระถางต้นไม้ ไห แจกันพลูด่าง ยางรถยนต์ ที่ใส่น้ำให้สัตว์ เป็นต้น
6. โอ่งซีเมนต์ขนาดใหญ่ (โอ่งจัมโบ้)
ท่านควรจะหาเวลาสำรวจภาชนะเหล่านี้เป็นประจำ ถ้าพบว่ามีลูกน้ำก็แน่ใจได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นลูกน้ำยุงลาย
การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ครอบมุ้งเวลาลูก ๆ นอนตอนกลางวัน หรือจุดยากันยุง ฉีดพ่นยากันยุง เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การกำจัดลูกน้ำยุงก่อนที่จะกลายเป็นยุงลาย เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาตรงต้นเหตุและได้ผลดีกว่า ซึ่งท่านสามารถจะดำเนินการได้ด้วยตนเอง และจะดียิ่งขึ้นถ้าท่านชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงกำจัดลูกน้ำยุงลายไปพร้อมกัน

การกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เกิดในแต่ละภาชนะ
ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เกิดในแต่ละภาชนะ

1. ภาชนะที่เก็บน้ำไว้เพื่อกิน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โอ่งน้ำดื่ม หรือโอ่งน้ำใช้ โอ่งซีเมนต์ในห้องน้ำ ฯลฯ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการใส่ทรายอะเบท หรือการปล่อยปลาหางนกยูง หรือปลาสอด หรือปลากัดเพื่อกินลูกน้ำ และถ้าปิดฝาได้ก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะยุงจะลงไปไข่ลำบากขึ้น

ทรายอะเบทเป็นทรายที่เคลือบยาฆ่าลูกน้ำ แต่ไม่มีอันตรายต่อคน ยาที่เคลือบอยู่จะค่อย ๆ ละลายออกมาและมีฤทธิ์อยู่นาน 3 เดือน ดังนั้น จึงต้องเติมทรายอะเบททุก 3 เดือน ปริมาณที่ใช้คือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ปี๊บ (โอ่งมังกร)

การปล่อยปลากินลูกน้ำจะปล่อยโอ่งละ 2 ตัว และถ้าปลาหายไปให้เพิ่มปลาเท่าเดิม สามารถขอปลานี้ได้จากสถานบริการสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอทั่วไป

ท่านควรจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีที่ท่านชอบ เพราะทั้งสองวิธีได้ผลทั้งคู่ ในกรณีที่ไม่ทำทั้งสองอย่าง อย่างน้อยก็ขอให้ท่านปิดผาโอ่งมิดชิดด้วยฝาหรือตาข่ายพลาสติกหรือผ้าพลาสติก และล้างขัดถูผิวภายในโอ่ง และเทน้ำทิ้งทุก 7 วัน

2. ขาตู้กันมด มักจะใส่น้ำหล่อไว้เพื่อกันมดไต่ขาตู้กับข้าว เราควรจะเปลี่ยนมาใส่ขี้เถ้าที่เกิดจากถ่านหรือฟืนแทน หรือใส่น้ำมันขี้โล้ น้ำมันดีเซล หรือน้ำมันอะไรก็ได้แทนน้ำ นอกจากจะไม่ต้องคอยเติมแล้ว ยังกันมดได้ดี และที่สำคัญยุงลายไม่ลงไปวางไข่แน่นอน


วิธีป้องกันและ กำจัดลูกน้ำยุงลาย ด้วยผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/กำจัดลูกน้ำยุงลาย/
59
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แม้จะเป็นทางเลือกของการลงทุนที่ค่อนข้างปลอดภัยและยิ่งถือครองระยะยาวยิ่งให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ซึ่งมีความต่างจากการลงทุนในรูปแบบอื่นที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ เช่นการลงทุนในตลาดหุ้น หรือเงินฝาก ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่ชนะเงินเฟ้อที่สุด และกลายมาเป็นทางเลือกที่นักลงทุนรุ่นใหม่เริ่มหันมาถือครองอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่เพียงแค่ต้องหาข้อมูลด้านทำเล รูปแบบโครงการ ความหนาแน่นของผู้อยู่อาศัย รวมถึงความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกับราคาของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอย่างมากก็คือ การได้รับการดูแลหรือการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างดีให้คงสภาพเหมือนกับวันแรกที่ซื้อมา เป็นอีกตัวที่กำหนดราคาได้ การดูแลอสังหาริมทรัพย์และบริหารจัดการหรือที่เราเรียกว่า Property Management ให้มีสภาพเหมือนกับวันแรกที่เปิดโครงการสามารถทำได้จริง โดยโครงการมักต้องการบริษัทบริหารจัดการที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ซึ่งการได้รับการดูแลอย่างดีสามารถสร้างมูลค่าให้กับเจ้าของได้ หากเปรียบเทียบกับโครงการที่อยู่ทำเลใกล้เคียงกัน อายุของโครงการไล่เลี่ยกัน แต่ได้รับการดูแลบริหารจัดการที่แตกต่างกันก็พบว่าราคาของโครงการที่ขาดการดูแลอย่างมืออาชีพนั้นราคาขายต่อไม่ได้มีความโดดเด่นแต่อย่างใด

เช่นโครงการที่มีการบริหารจัดการที่ดีอย่างบ้านไข่มุกหัวหิน ที่มีอายุ 28 ปีแล้ว ถือเป็นโครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดีและมีราคาปรับขึ้นมาอย่างน่าสนใจ จากราคาที่ซื้อวันแรกที่ 7 ล้านบาท มาเป็นราคา 80 ล้านบาทในปัจจุบัน หรือพูดง่ายๆว่าราคาเพิ่มกว่า 10 เท่าตัว ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแห่งนี้ยังถือว่าเป็นโครงการที่เจ้าของร่วมมีความรักและผูกพันกับที่อยู่อาศัยและมีการขายต่อเปลี่ยนมือน้อยมาก เพียง 9 ห้อง และอีกตัวอย่างคือ บ้านแสนสิริ สุขุมวิท 67 ถึงแม้จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่มีอายุถึง 12 ปี แต่จากการดูแลที่ดี ให้ความสำคัญกับความร่มรื่นของต้นไม้ และทุกจุดต้องมีการซ่อมแซมให้ดูใหม่อยู่เสมอ ปัจจุบันราคาราคาขายต่อ อยู่ที่กว่า 50 ล้าน สำหรับบ้านขนาด 82 ตาราวา (ขนาดเล็กสุด) จากราคาตอนเปิดโครงการที่ 27 ล้าน โดยบ้านแสนสิริ 67 มีการดูแลให้ใหม่อยู่เสมอ รวมถึงมีการบริการที่เอาใจใส่และรู้ถึงความต้องการของลูกค้า สำหรับด้านการบริหารจัดการมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ตามมาตรฐานอายุการใช้งาน ถึงแม้จะยังใช้ได้อยู่ก็ตาม หรือหากเป็นเครื่องจักรใหญ่ๆที่มีราคาแพง พ้นอายุการใช้งานแล้วยังใช้ได้อยู่ ก็มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ทั้ง 2 โครงการมีราคาปรับขึ้นมาอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับโครงการในทำเลโซนเดียวกัน และก็ยังมีอีกหลายๆโครงการที่อายุกว่าสิบปีแต่ยังมีมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง


บริการจัดการอาคาร : การบริหารอาคารเพื่อเพิ่มมูลค่า คลิ๊กที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/technical-services/
60
สนทนาท้ายเรือ / อาหารเพื่อสุขภาพ (HEALTHY FOOD)
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ ตุลาคม 09, 2018, 01:23:58 PM »
เมื่อคนยุคใหม่หัดมาดูแลสุขภาพ ต่างก็ค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อจะได้นำสิ่งที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายและทำให้ตัวเองห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ บางคนอาจมุ่งเน้นเลือกกินอาหารธรรมชาติที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดเพื่อคงไว้ซึ่งองค์ประกอบทางธรรมชาติของอาหารนั้นๆ ให้มากที่สุด แต่อาจเป็นการยากที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในทันทีทันใดได้ จริงๆแล้วอาหารใช่จะว่ามีดีหรือไม่ดีไปทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการเลือกกิน

การผสมผสานให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมถูกต้องตามความต้องการของคนนั้นๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด อาหารเพื่อสุขภาพ อาจพูดได้ว่า อาหารสุขภาพที่ดี (Healthy Food) ควรยึดหลักความสมดุล หลากหลาย และปริมาณที่เหมาะสมกับกิจกรรมการดำรงชีวิตของคนนั้นๆเป็นหลัก การกินอาหารสุขภาพแบบนี้จะทำให้คนรับประทานไม่รู้สึกถูกจำกัด หรือมีข้อแม้ในชีวิตมากเกินไป ถึงแม้ผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ ซึ่งต้องควบคุมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรงเก้าท์ หรือโรคไต และอื่นๆ ได้มีทางเลือกและไม่ขาดความสุขในการกิน และยังสามารถควบคุมโรคได้อีกด้วย จากที่เรารู้ค่าการเผาผลาญพลังงานโดยปกติ (TDEE) เราสามารถนำมากำหนดอาหารที่จะนำเข้าสู่ร่างกายได้ สารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายมี 6 ชนิด แต่ละชนิดก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป ทั้ง 6 ชนิดประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ เมื่อทราบถึงแหล่งวัตถุดิบที่ให้พลังงานแล้ว ก็จำเป็นต้องรู้หลักที่ต้องคำนึงในการทำอาหารสุขภาพ อันประกอบด้วย

1.รับรู้พลังงานจากสารอาหาร (ปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละมื้อ) สารอาหารแต่ละประเภทจะให้พลังงานที่ไม่เท่ากัน เช่น
– คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี
– โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี
– ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 แคลอรี
เลือกวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นอย่างดี วัตถุดิบที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นของราคาแพง แต่เราจะเน้นที่วัตถุดิบที่ให้สารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ได้จ่ายไป เช่น

2.เลือกคาร์โบไฮเดรตชนิดดีที่มีกากใยอาหารสูง เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด ธัญพืชไม่ขัดสี ผักและผลไม้ ส่วนคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ดี ที่อยู่ในรูปของน้ำตาล ขนม และของหวานต่างๆ คอยหลีกเลี่ยง
เลือกโปรตีนจากเนื้อ ปลา หรือโปรตีนจากพืชเช่นถั่ว เพื่อช่วยลดไขมันในเลือด และยังสามารถป้องกันโรคหัวใจได้ โปรตีนที่มาจากเนื้อต่างๆ ไก่ ปลา ไข่และถั่วล้วนเป็นแหล่งโปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินดี วิตามินเค เหล็ก สังกะสีและฟอสฟอรัส นอกเหนือไปจากนั้นหากรับประทานโปรตีนจากพืช เช่นถั่วต่างๆ ยังมีองค์ประกอบของวิตามินอี กรดโฟลิก เส้นใยอาหาร เพิ่มขึ้นอีกด้วย


อาหารเพื่อสุขภาพ (HEALTHY FOOD) คลิ๊กที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10